ปวดหัวไมเกรน ใส่แว่นกรองแสงแล้วไม่หาย! ควรเลือกแว่นตา?

ปวดหัวไมเกรน ใส่แว่นกรองแสงแล้วไม่หาย! ควรเลือกแว่นตา?

หมออุ๊ยเองนะคะ…หมอเชื่อว่าหลายคนที่มีอาการปวดหัวไมเกรน คงเคยสงสัยเหมือนกันว่า “ทำไมใส่แว่นกรองแสงแล้ว แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น?” เพราะแม้แสงจะเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นไมเกรน แต่เลนส์กรองแสงทั่วไปไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อลดอาการไมเกรนโดยเฉพาะค่ะ

บทความนี้หมอจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง เลนส์กรองแสงทั่วไป กับ แว่นตาเฉพาะโรคตาสำหรับผู้ป่วยไมเกรน ว่าแต่ละแบบทำงานอย่างไร เหมาะกับใคร และควรเลือกแบบไหนจึงจะตอบโจทย์อาการของคุณได้มากที่สุดค่ะ

อาการไมเกรนที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมทำความเข้าใจว่าเมื่อไหร่ควรเลือกแว่นตาเฉพาะโรคตา

หลายคนเข้าใจว่าอาการไมเกรนเป็นเพียง “อาการปวดหัวธรรมดา” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไมเกรน (Migraine) เป็นโรคทางระบบประสาทที่มีความซับซ้อน และมีปัจจัยกระตุ้นได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาหารบางชนิด และแสง

อาการของไมเกรนในแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน บางคนมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่ขณะเดียวกัน บางรายอาจรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ส่วนใหญ่มีอาการปวดหัวข้างเดียว แต่บางรายอาจปวดทั้งสองข้าง
  • ปวดแบบตุบ ๆ ตรงบริเวณขมับ และอาจร้าวไปที่กระบอกตา หน้าผาก หรือท้ายทอย
  • อาการปวดมักเป็นมากขึ้นเมื่อออกแรง เดินเร็ว หรือทำกิจกรรมที่ใช้แรง
  • ผู้ป่วยเพศหญิงบางรายอาจมีอาการในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน จากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน
  • บางรายมีอาการ Migraine Aura ก่อนเริ่มปวดศีรษะ เช่น เห็นแสงวาบ แสงสีขาว หรือเห็นภาพเป็นเส้นหยักคล้ายฟันเลื่อย เห็นจุดดำ หรือมีภาพเบลอชั่วคราว ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดอาการในผู้ป่วยบางกลุ่ม
  • รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  • มีอาการไวต่อแสง (Photophobia) และไวต่อเสียง (Phonophobia) มากกว่าปกติ

ดังนั้น หากคุณมีอาการปวดหัวร่วมกับแพ้แสงอย่างชัดเจน หรือมีอาการกำเริบบ่อยจนกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิต ควรได้รับการประเมินอย่างละเอียด เพื่อให้แพทย์ค้นหาปัจจัยกระตุ้นของอาการ และเลือกใช้แว่นตาเฉพาะโรคตา หรือเลนส์แว่นตาที่เหมาะกับอาการ เพื่อช่วยลดปัจจัยกระตุ้นและทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้สบายขึ้นค่ะ

หลักการทำงานของเลนส์กรองแสง แตกต่างจาก แว่นตาเฉพาะโรคตาอย่างไร?

หลายคนที่มีอาการปวดหัวไมเกรน มักเลือกใส่เลนส์กรองแสงเพราะเชื่อว่าจะช่วยให้อาการดีขึ้น แต่เมื่อใช้งานจริงกลับพบว่าอาการยังคงเกิดขึ้นเหมือนเดิม นั่นเป็นเพราะ เลนส์กรองแสงทั่วไปไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อบรรเทาอาการไมเกรนโดยเฉพาะ ค่ะ โดยเลนส์กรองแสงทั่วไป (Blue Light Lens หรือ Computer Lens) มีจุดประสงค์หลัก เพื่อเพิ่มความสบายในการมองเห็นสำหรับผู้ที่ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเป็นเวลานาน โดยช่วย

  • กรองแสงสีฟ้าบางส่วนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต
  • ลดแสงสะท้อน (Glare) ที่รบกวนการมองเห็น
  • ช่วยให้การโฟกัสสบายขึ้น ลดความล้าของดวงตา
  • ลดอาการตาล้า ตาแห้ง และความเมื่อยล้าจากการใช้สายตาต่อเนื่อง

แม้จะช่วยให้ดวงตารู้สึกสบายขึ้น แต่เลนส์ประเภทนี้ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อลดอาการแพ้แสงหรือปัจจัยกระตุ้นของไมเกรน จึงอาจไม่ช่วยให้อาการปวดศีรษะดีขึ้นในผู้ป่วยไมเกรนค่ะ

ปวดหัวไมเกรน ใส่แว่นกรองแสงแล้วไม่หาย! ควรเลือกแว่นตา?

เลนส์กรองแสงทั่วไปเหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เพราะสามารถใส่ทำงานหน้าจอได้อย่างสบาย ช่วยลดความล้าของดวงตา และมีสีเลนส์ใสหรืออมเหลืองเพียงเล็กน้อย จึงไม่รบกวนการมองเห็นหรือการรับรู้สีมากนัก มักเหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือใช้โทรศัพท์หลายชั่วโมงต่อวัน
  • ผู้ที่มีอาการตาล้า ตาแห้ง หรือปวดตาจากการใช้สายตา
  • ผู้ที่ต้องการเลนส์ใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
  • ผู้ที่ไม่มีอาการไมเกรนหรืออาการแพ้แสงอย่างชัดเจน

ดังนั้น หากเปรียบเทียบกับแว่นตาเฉพาะโรคตา สำหรับผู้ป่วยไมเกรน เลนส์กรองแสงทั่วไปจะไม่ได้กรองช่วงความยาวคลื่นของแสงที่เกี่ยวข้องกับอาการแพ้แสง จึงไม่ใช่เลนส์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดการกระตุ้นอาการไมเกรนโดยตรง จึงเป็นคำตอบว่าทำไมเวลาที่ผู้ป่วยไมเกรนใส่แว่นตากรองแสง แล้วไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวได้นั่นเองค่ะ

แว่นตาไมเกรนคืออะไร? ทำไมจึงจัดเป็น แว่นตาเฉพาะโรคตา

ปัจจุบันมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่า แสงบางช่วงความยาวคลื่นสามารถกระตุ้นเซลล์รับแสงชนิดพิเศษบนจอประสาทตา (ipRGCs) ซึ่งส่งสัญญาณไปยังสมองและเกี่ยวข้องกับการรับรู้แสง รวมถึงอาจมีส่วนทำให้อาการปวดศีรษะในผู้ป่วยไมเกรนรุนแรงขึ้นได้ “แว่นตาเฉพาะโรคตาสำหรับผู้ป่วยไมเกรน” หรือ Migraine Glasses จึงถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อช่วยลดการรับแสงบางช่วงความยาวคลื่นที่สัมพันธ์กับอาการแพ้แสง ซึ่งแตกต่างจากเลนส์กรองแสงทั่วไปที่เน้นลดความล้าจากการใช้หน้าจอเป็นหลัก

ปวดหัวไมเกรน ใส่แว่นกรองแสงแล้วไม่หาย! ควรเลือกแว่นตา?

เลนส์ไมเกรนที่ได้รับการยอมรับและมีการศึกษามากที่สุด คือ FL-41 ซึ่งเป็นเลนส์โทนสีชมพูกุหลาบ (Rose Tint) ที่ออกแบบให้ลดการส่งผ่านแสงในช่วงประมาณ 480–520 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงความยาวคลื่น ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นอาการแพ้แสงในผู้ป่วยไมเกรน จากงานวิจัยหลายฉบับพบว่า ผู้ป่วยบางกลุ่มที่มีอาการแพ้แสงร่วมกับไมเกรน เมื่อสวมใส่เลนส์ชนิดนี้ในชีวิตประจำวัน จะช่วยลดความถี่ของการเกิดไมเกรนได้ถึง 50% เพราะดวงตาได้รับแสงที่รบกวนน้อยลง ส่งผลให้ผู้ป่วยบางรายรู้สึกสบายตา และมีโอกาสเกิดอาการกำเริบน้อยลงเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้า แต่ทั้งนี้ผลลัพธ์ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลนะคะ เพราะไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่จะตอบสนองต่อเลนส์ชนิดนี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หมออยากเน้นว่า แว่นตาไมเกรนไม่ใช่การรักษาโรคไมเกรน แต่เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยลดปัจจัยกระตุ้นจากแสง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้แสงร่วมกับไมเกรน และควรใช้ควบคู่กับการรักษาและการปรับพฤติกรรมตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น และรับประทานยาตามแผนการรักษา เพื่อป้องกันการกำเริบของอาการให้ได้มากที่สุดนั่นเองค่ะ

บทสรุป: 

เลนส์กรองแสงทั่วไปเหมาะกับการลดความล้าจากการใช้สายตาในชีวิตประจำวัน และคนที่นั่งทำงานหน้าผ่านหน้าจอคอมเป็นเวลานาน แต่หากคุณมีอาการปวดหัวไมเกรนร่วมกับอาการแพ้แสง การเลือกแว่นตาที่ออกแบบมาสำหรับผู้ป่วยไมเกรนอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เพราะช่วยลดปัจจัยกระตุ้นจากแสงได้ตรงจุดมากกว่าค่ะ ปัจจุบันสามารถเลือกใช้แว่นตาไมเกรนได้จากหลายผู้ผลิต เช่น Avulux, Zenni รวมถึงเลนส์ที่ใช้เทคโนโลยี FL-41 ซึ่งได้รับความนิยมในต่างประเทศ โดยผู้ใช้สามารถเลือกเฉดสี และระดับความเข้มของเลนส์ให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานได้

ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก พร้อมให้บริการตรวจประเมินและออกแบบเลนส์สำหรับผู้ที่มีปัญหาไมเกรนและอาการแพ้แสงแบบ Case by Case โดยผู้เข้ารับบริการจะได้รับการตรวจวัดสายตาและประเมินสุขภาพตาอย่างละเอียด ก่อนเลือกชนิดของเลนส์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง หรือผู้ที่ต้องการ แว่นตาสำหรับไมเกรน ก็สามารถสั่งตัดเลนส์ให้รวมการแก้ไขค่าสายตา พร้อมเลือกสีเลนส์ และระดับความเข้มให้เหมาะกับการใช้งานจริงได้ในคู่เดียวค่ะ

บทความโดย หมออุ๊ย แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย จักษุแพทย์เฉพาะทาง ด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ

แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)

 

  • จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
  • ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา
  • ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน ก่อตั้งเป็น “ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist” เน้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล

ประวัติการศึกษา

  • แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล

ปัจจุบัน

  • อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
  • ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Specialist

Blog