วัดแค่สายตา
ยังไม่พอ
ต้องวัดจุดเซนเตอร์ด้วย
เรื่องเล็กที่ไม่ควรมองข้าม — การวัดจุดเซนเตอร์คือขั้นตอนที่ทำให้การมองเห็นคมชัด ใส่สบาย และลดปวดตา-ปวดหัวได้จริง ด้วยเครื่อง Essilor WAM800 แม่นยำ 0.01D
ค่าสายตาถูกต้อง ≠ แว่นใช้งานได้ดี
Optical Center ที่คลาดเคลื่อนแม้แต่ 0.5mm ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักขึ้น สะสมเป็นอาการปวดหัวและตาล้าทุกวัน
Pupillary Distance คือหัวใจ
ระยะห่างระหว่างรูม่านตา (PD) ต้องวัดแบบ Monocular แยกซ้าย-ขวา หากผิด 1mm เกิด Prism effect ทำให้ตาล้าและปวดหัวสะสม
Fitting Height สำคัญสำหรับโปรเกรสซีฟ
ตำแหน่งความสูงของรูม่านตาในกรอบแว่น กำหนดว่าโซนมองใกล้ กลาง ไกล ของเลนส์โปรเกรสซีฟอยู่ตรงไหน ขาดขั้นตอนนี้ไม่ได้
Vertex Distance ส่งผลต่อค่าสายตาจริง
ระยะห่างระหว่างเลนส์และดวงตาส่งผลต่อค่าสายตาที่ดวงตารับจริง โดยเฉพาะค่าสูงกว่า ±4.00D ที่ต้องปรับค่า Rx ตามระยะ
Binocular Vision — ตาทั้งสองต้องทำงานร่วมกัน
แว่นที่ดีต้องทำให้ตาซ้าย-ขวาส่งภาพมารวมกันที่สมองได้พอดี ไม่เช่นนั้นจะเกิดอาการมองเห็นภาพซ้อนหรือเวียนหัวเมื่อใส่นาน
ค่าสายตาและเซนเตอร์ต้องวัดคู่กัน
การตรวจวัดค่าสายตา (Refraction) และการวัดจุดเซนเตอร์ต้องทำในครั้งเดียวกัน เพราะทั้งสองส่งผลต่อกัน ไม่สามารถแยกทำได้
ใส่แล้วชัดทันที ไม่ต้องปรับตัวนาน
เมื่อวัดครบทุกค่าอย่างแม่นยำ แว่นที่ได้รับจะสวมใส่แล้วใช้งานได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นแว่นธรรมดาหรือเลนส์โปรเกรสซีฟ
แว่นใหม่แล้ว
แต่ยังรู้สึก ไม่ใช่?
อาการเหล่านี้อาจไม่ได้มาจากค่าสายตาผิด แต่เกิดจาก Optical Center ไม่ตรงตำแหน่งรูม่านตาค่ะ
ปวดหัว ปวดตา หลังใส่แว่นนาน — กล้ามเนื้อตาทำงานมากเกินปกติเพื่อชดเชยตำแหน่งเลนส์
มองเห็นภาพบิดหรือเอียง — Prism effect จากเลนส์ที่วางตำแหน่งคลาดเคลื่อน
โปรเกรสซีฟใช้งานไม่ได้เต็มที่ — โซนมองใกล้หายไปเพราะไม่ได้วัด Fitting Height
ใส่ไม่นานตาล้า เห็นภาพซ้อน — สัญญาณว่ามี Induced Prism จาก PD ที่วัดไม่ตรง
มองชัดตอนไม่ใส่แว่นเท่ากับใส่แว่น — ค่าแว่นอาจไม่ตรงหรือตำแหน่งเซนเตอร์ผิด
แนะนำ Vision Fit Mapping ที่ Dr.Ouise — วัดครบทั้ง Refraction + Monocular PD + Fitting Height + Vertex Distance ในครั้งเดียว
Vision Fit Mapping Protocol
5 ขั้นตอน ไม่มีข้ามขั้น
ตรวจครบทั้ง Refraction + Center Mapping ในครั้งเดียว ใช้เวลา 30–60 นาที
ซักประวัติ & เตรียมตัว
สอบถามปัญหา โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และไลฟ์สไตล์การใช้สายตา
Auto Refraction
วัดค่าสายตาเบื้องต้นด้วย Essilor WAM800 แม่นยำ 0.01D
Subjective Refraction
วัดค่าสายตาละเอียดผ่าน Phoropter ทดลองใส่เลนส์จริง
Center Mapping
วัด Monocular PD, Fitting Height และ Vertex Distance ในกรอบที่เลือก
Fitting & Verify
ปรับ Fitting กรอบแว่น ทดสอบมองเห็นจริงก่อนส่งมอบ
ความแม่นยำ
ระดับ 0.01 Diopter
Dr.Ouise ใช้เครื่องมือมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลชั้นนำ เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด
Essilor WAM800 — วัดค่าสายตาอัตโนมัติละเอียดถึง 0.01 ไดออปเตอร์ ละเอียดกว่าเครื่องทั่วไปถึง 25 เท่า
Phoropter + Trial Lens — ทดลองสวมใส่เลนส์จริงก่อนสั่งทำ เพื่อยืนยันการมองเห็นทุกระยะ
Digital PD Measurement — วัด Monocular PD แยกซ้าย-ขวา แม่นยำระดับ 0.5mm ในกรอบที่เลือก
Slit Lamp + Eye Health — ตรวจสุขภาพตาควบคู่กัน คัดกรองโรคตาที่อาจส่งผลต่อค่าสายตา
เตรียมพร้อม 6 ข้อ
เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด
การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้ค่าสายตาที่วัดได้สะท้อนความเป็นจริงอย่างสมบูรณ์
พักผ่อนให้เพียงพอ
นอนหลับให้ครบก่อนวันตรวจ ป้องกันตาล้าที่ทำให้ค่าสายตาคลาดเคลื่อน
ถอดคอนแทคเลนส์
งดใส่คอนแทคก่อนวันตรวจ เพราะเปลี่ยนรูปร่างกระจกตาได้
นำแว่นเก่ามาด้วย
ช่วยให้ทีมงานวิเคราะห์และเปรียบเทียบกับค่าสายตาปัจจุบันได้
ไม่แต่งตา
งดกรีดตา ทาอายแชโดว์ ติดขนตาปลอม เพื่อวัดตำแหน่งรูม่านตาได้แม่นยำ
แจ้งโรคประจำตัวและยา
เบาหวาน ความดัน และยาบางชนิดส่งผลต่อค่าสายตา — แพทย์ต้องทราบก่อน
งดแอลกอฮอล์และบุหรี่
งดก่อนวันตรวจ เพื่อให้ระบบประสาทตาทำงานตามปกติและผลแม่นยำที่สุด
ผลลัพธ์ที่วัดได้ จากคนไข้จริง
รีวิวจากคนไข้จริง
ความละเอียดการวัด
คู่เลนส์โปรเกรสซีฟ
เคสแก้ไขโปรเกรสซีฟไม่สำเร็จ
ปีประสบการณ์
คำถามที่พบบ่อย
การตรวจวัดสายตา คือการตรวจหาค่าสายตาที่แท้จริงของดวงตาทั้งสองข้าง เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง หากไม่ตรวจวัดอย่างละเอียดอาจทำให้ใส่แว่นไม่ตรงค่าสายตา ปวดตา ปวดศีรษะ และใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่เต็มที่
การวัดสายตา (Refraction) คือการหาค่าสายตาที่ถูกต้อง ส่วนการวัดจุดเซนเตอร์คือการหาตำแหน่งที่ Optical Center ของเลนส์ต้องวางให้ตรงกับรูม่านตาพอดี ทั้งสองอย่างต้องทำคู่กันถึงจะได้แว่นที่ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์
ผู้ที่มีปัญหาสายตาควรตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เด็กควรตรวจทุก 1–2 ปี ผู้อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปควรตรวจทุกปี และทุกกรณีที่เริ่มรู้สึกว่าสายตาเปลี่ยนหรือแว่นที่ใส่อยู่ไม่ชัดเหมือนเดิม
Vision Fit Mapping ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ไม่จำเป็นต้องหยอดยาทุกคน การหยอดยาจะใช้เฉพาะกรณีที่แพทย์ต้องการประเมินเพิ่มเติมเท่านั้น
จำเป็นค่ะ ค่าสายตาเปลี่ยนได้ตามอายุและพฤติกรรม หากเริ่มมีอาการมองไม่ชัด ปวดตา ปวดศีรษะ หรือเวียนหัว แนะนำให้วัดสายตาใหม่เพื่อให้แว่นที่ใช้อยู่เหมาะสมกับสภาพสายตาปัจจุบัน
เหมาะเป็นพิเศษสำหรับ: ผู้ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ, ผู้ที่ค่าสายตาสูงกว่า ±4.00D, ผู้ที่เคยตัดแว่นแล้วยังปวดหัวหรือมองไม่ชัด, เด็กที่สายตาเปลี่ยนเร็ว และผู้ที่เพิ่งเริ่มใส่แว่นเป็นครั้งแรก
พร้อมวัดสายตาอย่างแม่นยำ
แล้วหรือยัง?
นัด Vision Fit Mapping กับ Dr.Ouise ตรวจวัดสายตาครบพร้อมวัดจุดเซนเตอร์ในครั้งเดียว ไม่มีค่าปรึกษา
โทรนัด 090-224-5168