หมออุ๊ยเชื่อว่าหลายคนที่กำลังจะตัดเลนส์โปรเกรสซีฟ มักให้ความสำคัญกับตัวเลนส์เป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องค่ะ แต่สิ่งหนึ่งนอกจากเลนส์โปรเกรสซีฟ ยี่ห้อไหนดีแล้ว หลายคนมองข้ามไป คือ “กรอบแว่น” ทั้งที่จริงแล้ว กรอบแว่นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของเลนส์โปรเกรสซีฟโดยตรง วันนี้หมอเลยอยากมาแบ่งปันเคล็ดลับง่าย ๆ ในการเลือกกรอบแว่นสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ ว่าควรเลือกแบบไหน และมีรายละเอียดอะไรที่ควรรู้ก่อนตัดแว่น เพื่อให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ มองเห็นชัดทุกระยะ และใส่สบายในชีวิตประจำวันค่ะ
หัวข้อที่หมออุ๊ยอยากเล่า
รู้ก่อนตัด! เลนส์โปรเกรสซีฟ เหมาะกับใคร?
ก่อนจะเลือกกรอบแว่นตา หมออยากพาทุกคนมาทำความเข้าใจ “เลนส์โปรเกรสซีฟ” กันสักเล็กน้อยค่ะ เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Lens) คือเลนส์ที่ออกแบบให้สามารถมองเห็นได้หลายระยะภายในเลนส์คู่เดียว ไม่ว่าจะเป็นระยะไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ โดยกำลังของเลนส์จะเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องจากด้านบนลงมาด้านล่าง จึงไม่มีรอยแบ่งชั้นเหมือนเลนส์สองชั้นหรือสามชั้นแบบเมื่อก่อน
หมอแนะนำแว่นตาโปรเกรสซีฟสำหรับผู้ที่มีลักษณะการใช้งานดังต่อไปนี้
- ผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป และเริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัย (Presbyopia)
- ผู้ที่ต้องใช้สายตามองหลายระยะตลอดทั้งวัน เช่น มองไกล ขับรถ ใช้คอมพิวเตอร์ และอ่านหนังสือ
- ผู้ที่ไม่อยากพกแว่นหลายคู่สำหรับแต่ละกิจกรรม
- ผู้ที่ต้องการความสวยงามของเลนส์ ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างกำลังเลนส์
- ผู้ที่ต้องการความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งการทำงานและการเดินทาง
- ผู้ที่เคยใช้แว่นอ่านหนังสือแล้วรู้สึกต้องถอดเข้าออกบ่อยจนไม่สะดวก
- ผู้ที่มีค่าสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงร่วมกับสายตายาวตามวัย และต้องการแก้ไขทั้งหมดภายในเลนส์คู่เดียว
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีของเลนส์โปรเกรสซีฟพัฒนาไปมาก โดยเฉพาะเลนส์รุ่นเฉพาะบุคคล (Personalized Progressive Lens) เป็นเลนส์ระดับพรีเมียม ที่สามารถออกแบบให้เหมาะกับค่าสายตา พฤติกรรมการใช้งาน กรอบแว่น และลักษณะใบหน้าของผู้สวมใส่ได้อย่างละเอียด จึงช่วยให้การปรับตัวง่ายขึ้น มองเห็นเป็นธรรมชาติมากขึ้น และใช้งานได้สบายกว่ารุ่นในอดีตอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เลนส์โปรเกรสซีฟเป็นเลนส์ที่มีการออกแบบโครงสร้างค่อนข้างละเอียด แต่ละโซนการมองถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำ ดังนั้นการเลือกกรอบแว่นที่เหมาะสมจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เลนส์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพค่ะ
ทำไมการเลือกกรอบแว่นเลนส์โปรเกรสซีฟ ถึงแตกต่างจากเลนส์ทั่วไป?
หมอเคยเจอหลายเคสที่เลือกเลนส์คุณภาพดีมาก แต่กลับใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะเลือกกรอบแว่นไม่เหมาะกับลักษณะของเลนส์ เมื่อใส่ไปสักพักก็เริ่มมีอาการมึน งง มองไม่สบาย หรือรู้สึกว่าเลนส์โปรเกรสซีฟใช้งานยาก ทั้งที่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเลนส์เสมอไปค่ะ สาเหตุที่เลนส์โปรเกรสซีฟต้องเลือกกรอบแบบเฉพาะ เพราะเลนส์แว่นตาทั่วไปจะมีเพียงกำลังสายตาเดียวทั้งแผ่นเลนส์ ไม่ว่าจะมองตรงไหนก็ยังคงเป็นกำลังเลนส์เดียวกัน
แต่เลนส์โปรเกรสซีฟแตกต่างออกไป เพราะภายในเลนส์หนึ่งคู่จะประกอบด้วยหลายโซนการมอง ซึ่งแต่ละโซนถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่แตกต่างกัน ดังนั้นหากเลือกกรอบแว่นไม่เหมาะสม เช่น กรอบเตี้ยเกินไป เล็กเกินไป หรือมีความโค้งมากเกินไป พื้นที่สำหรับการจัดวางโซนต่าง ๆ จะลดลง ส่งผลให้ผู้สวมใส่ใช้งานเลนส์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ปัญหาที่หมอมักพบจากการเลือกกรอบแว่นไม่เหมาะกับเลนส์โปรเกรสซีฟ ได้แก่
- มองอ่านหนังสือได้ยาก ต้องก้มหน้ามากกว่าปกติ
- หาโฟกัสของภาพไม่เจอ และต้องขยับศีรษะแทนการกวาดตาอยู่ตลอดเวลา
- เวลากวาดตามีอาการภาพวูบหรือบิดเบือน
- ใส่เลนส์โปรเกรสซีฟแล้วมึนหัว โดยเฉพาะช่วงเริ่มใช้งาน
- ใช้งานคอมพิวเตอร์ไม่สบายตา แม้ค่าสายตาจะถูกต้อง
นอกจากนี้ กรอบแว่นยังส่งผลต่อการวัดค่าประกอบเลนส์ (Frame Measurements) อีกหลายรายการ เช่น ความสูงของการประกอบเลนส์ (Fitting Height) ระยะห่างระหว่างดวงตากับเลนส์ (Vertex Distance) มุมเอียงของกรอบ (Pantoscopic Tilt) และมุมโค้งของกรอบ (Face Form Wrap) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในการผลิตเลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเลนส์ระดับพรีเมียมและเลนส์เฉพาะบุคคล หากกรอบไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้น แม้เลือกเลนส์ที่ดีที่สุด ประสิทธิภาพของเลนส์ก็ไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มที่เช่นกัน
ดังนั้น เวลาหมอให้คำแนะนำเรื่องเลนส์โปรเกรสซีฟ หมอจะเลือกกรอบแว่นควบคู่ไปพร้อมกันเสมอ เพราะทั้งสองอย่างเป็นองค์ประกอบที่ต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่เลือกแยกจากกัน พูดง่าย ๆ คือ เลนส์ที่ดี จะทำงานได้ดีที่สุด ก็ต่อเมื่ออยู่ในกรอบแว่นที่เหมาะสม นั่นเองค่ะ
ทริคเลือกกรอบแว่นสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ ให้ใส่สบาย
1.เลือกกรอบแว่นที่มีขนาดพอดี ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป
เนื่องจากเลนส์โปรเกรสซีฟแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนมองไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ หากกรอบมีขนาดที่เหมาะสม พื้นที่ของแต่ละโซนก็จะถูกจัดวางได้อย่างพอดี ทำให้การเปลี่ยนระยะการมองเป็นไปอย่างลื่นไหลในทางกลับกัน หากกรอบมีขนาดใหญ่เกินไป พื้นที่ด้านข้างของเลนส์จะกว้างขึ้น ซึ่งเป็นบริเวณที่อาจเกิดความบิดเบือนของภาพ (Peripheral Distortion) มากกว่าเดิม ผู้สวมใส่บางคนจึงอาจรู้สึกภาพวูบหรือมึนเมื่อกวาดสายตาเร็ว ๆ
ส่วนกรอบที่เล็กหรือเตี้ยเกินไป โดยเฉพาะกรอบที่มีความสูงน้อยกว่า 28 มิลลิเมตร อาจทำให้พื้นที่สำหรับโซนมองใกล้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ต้องก้มหน้า ยกคาง หรือหาโฟกัสในการอ่านยากกว่าปกติ
2.เลือกกรอบแว่นที่กระชับกับใบหน้า
นอกจากขนาดที่มีความสำคัญ ความกระชับของกรอบก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากแว่นหลวมเกินไป อาจทำให้จุดศูนย์กลางของเลนส์เคลื่อนจากตำแหน่งที่ออกแบบไว้ ทำให้การมองเห็นคลาดเคลื่อนได้
3.รูปทรงของกรอบแว่น
เรื่องที่หลายคนไม่ค่อยทราบ คือ รูปทรงของกรอบแว่น ซึ่งหมอมักแนะนำกรอบที่มีรูปทรงค่อนข้างสมดุล เช่น กรอบทรงรี กรอบทรงกลม กรอบทรงเหลี่ยมมน หรือกรอบทรงหยดน้ำ (Panto) เพราะสามารถจัดพื้นที่ของเลนส์ได้ครบทุกโซน แต่สำหรับกรอบที่มีลักษณะเฉพาะมาก เช่น Aviator หรือ Cat Eye แม้จะสวยและเป็นแฟชั่น แต่ในบางรุ่นอาจมีพื้นที่ด้านล่างของเลนส์น้อย ทำให้โซนอ่านหนังสือถูกตัดลง และอาจไม่เหมาะกับเลนส์โปรเกรสซีฟบางประเภท ดังนั้นจึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินก่อนเลือกค่ะ
4.เลือกกรอบที่มีแป้นจมูก เพื่อให้ตำแหน่งเลนส์คงที่
สิ่งที่หมอให้ความสำคัญเสมอเวลาฟิตติ้งเลนส์โปรเกรสซีฟ คือ ตำแหน่งของแว่นบนใบหน้า เลนส์โปรเกรสซีฟถูกออกแบบให้แต่ละโซนการมองอยู่ในตำแหน่งที่คำนวณไว้อย่างละเอียด หากแว่นเลื่อนลงเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ก็อาจทำให้การมองเห็นเปลี่ยนไปทันที
กรอบที่มีแป้นจมูก (Adjustable Nose Pad) จะช่วยให้สามารถปรับความสูง ระยะห่าง และความสมดุลของกรอบให้เหมาะกับใบหน้าแต่ละคนได้ดีกว่ากรอบที่ไม่มีแป้นจมูก
ข้อดีคือ
- แว่นไม่ไหลตกง่าย
- จุดโฟกัสของเลนส์อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
- กวาดสายตาได้เป็นธรรมชาติ
- ลดการก้มคอเพื่อหาโซนอ่านหนังสือ
- ช่วยลดอาการเมื่อยคอหรือปวดไหล่จากการใช้งานผิดท่าทาง
5.เลือกกรอบที่มีน้ำหนักเบา
ผู้ที่ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟส่วนใหญ่ มักใช้งานแว่นตลอดทั้งวัน ดังนั้นน้ำหนักของกรอบจึงเป็นอีกปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม หากกรอบมีน้ำหนักมากเกินไป เมื่อใช้งานเป็นเวลานานอาจทำให้รู้สึกกดบริเวณสันจมูก ปวดใบหู หรือเกิดความเมื่อยล้าได้ หมอจึงมักแนะนำวัสดุที่มีน้ำหนักเบา แต่ยังคงความแข็งแรง เช่น Titanium หรือ Stainless Steel เพราะกรอบที่มีน้ำหนักเบาไม่ได้ให้เพียงความสบายในการสวมใส่เท่านั้น แต่ยังช่วยลดโอกาสที่แว่นจะเลื่อนลงจากตำแหน่งเดิมระหว่างวัน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพการมองเห็นของเลนส์โปรเกรสซีฟอีกด้วย
6.ไม่เลือกกรอบที่มีความโค้งมากจนเกินไป
หลายคนชอบกรอบแนวสปอร์ต เพราะกระชับและดูทันสมัย แต่สำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ กรอบที่โค้งมากอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะเสมอไป เนื่องจากความโค้งของกรอบจะส่งผลต่อมุมตกกระทบของแสง และมีผลต่อการออกแบบกำลังของเลนส์ หากกรอบโค้งมากเกินไป อาจทำให้บริเวณด้านข้างของเลนส์เกิดความคลาดเคลื่อนของภาพเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้ผลิตเลนส์หลายแบรนด์ได้พัฒนา เลนส์โปรเกรสซีฟสำหรับกรอบสปอร์ตโดยเฉพาะ รวมถึงเลนส์เฉพาะบุคคล (Personalized Progressive Lens) ที่สามารถชดเชยมุมโค้งของกรอบได้ ดังนั้น ใครชื่นชอบกรอบแนวสปอร์ต ก็ยังสามารถใช้งานร่วมกับเลนส์โปรเกรสซีฟได้ แต่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเลือกเลนส์ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับลักษณะกรอบนั้นโดยเฉพาะค่ะ
7.เลือกกรอบที่สามารถปรับดัดทรงได้
เมื่อใช้แว่นไปนาน ๆ กรอบแว่นหลายอัน สามารถเปลี่ยนรูปทรงได้ตามลักษณะการใช้งาน เช่น ถอดแว่นด้วยมือข้างเดียว วางแว่นผิดวิธี แรงกดจากการสวมใส่ทุกวัน ความร้อนภายในรถยนต์ การตกหล่นหรือกระแทก
เมื่อรูปทรงของกรอบเปลี่ยนไปแค่นิดเดียว ก็ทำให้จุดโฟกัสของเลนส์โปรเกรสซีฟ ไม่ตรงกับตำแหน่งดวงตา ทำให้รู้สึกมองไม่สบาย ทั้งที่ค่าสายตาไม่ได้เปลี่ยน หมอจึงแนะนำให้เลือกกรอบที่สามารถปรับดัดทรงได้ และควรนำแว่นเข้ามาตรวจเช็กหรือปรับตั้งเป็นระยะ เพื่อให้ตำแหน่งของเลนส์กลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสมเหมือนวันแรกที่รับแว่น เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้การมองเห็นกลับมาคมชัด และลดอาการมึนหรือเมื่อยตาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเลนส์ใหม่เลยค่ะ
นำกรอบแว่นเดิมมาตัดเลนส์โปรเกรสซีฟได้ไหม?
เป็นคำถามที่หมอได้รับบ่อยมากค่ะ เพราะหลายคนมีกรอบแว่นคู่โปรดที่ใส่แล้วเข้ากับใบหน้า หรือเพิ่งซื้อกรอบใหม่มา จึงอยากนำมาตัดเลนส์โปรเกรสซีฟแทนการซื้อกรอบใหม่ทั้งหมด ซึ่งคำตอบคือ “ทำได้ค่ะ” แต่ไม่ใช่ทุกกรอบจะเหมาะกับเลนส์โปรเกรสซีฟเช่นกัน ในบางกรณี กรอบแว่นอาจดูสวยและยังสภาพดี แต่มีความสูงของเลนส์น้อยเกินไป หรือมีรูปทรงที่ไม่เหมาะกับการจัดวางโซนมองใกล้ ทำให้เมื่อผลิตเลนส์ออกมาแล้ว ประสิทธิภาพของเลนส์ลดลงหรือใช้งานได้ไม่เต็มที่ ในขณะเดียวกัน กรอบบางรุ่นที่หลายคนคิดว่าไม่น่าจะใช้ได้ กลับสามารถนำมาตัดเลนส์โปรเกรสซีฟได้อย่างไม่มีปัญหา
ดังนั้น หากมีกรอบแว่นที่ชอบอยู่แล้ว หมอแนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบตัดสินใจว่าใช้ได้หรือใช้ไม่ได้ค่ะ เพราะแต่ละกรอบมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน การให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินก่อน จะช่วยให้เลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ทั้งในเรื่องของคุณภาพการมองเห็น ความสบายในการสวมใส่ และความคุ้มค่าในการใช้งาน แต่หากไม่แน่ใจว่ากรอบแว่นที่มีอยู่สามารถตัดเลนส์โปรเกรสซีฟได้หรือไม่ สามารถส่งรูปกรอบแว่น หรือสอบถามรายละเอียดเข้ามาได้ที่ร้านหมออุ๊ย ทีมของหมอยินดีช่วยประเมินและให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทุกคนได้แว่นที่ใช้งานได้ดีที่สุดค่ะ
บทสรุป:
กรอบแว่นเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพการมองเห็น ดังนั้นการเลือกกรอบที่มีขนาดเหมาะสม จะช่วยให้การจัดวางโซนการมองของเลนส์เป็นไปอย่างถูกต้อง ทำให้มองเห็นได้ชัดทุกระยะ ลดอาการมึนงง และช่วยให้ปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกกรอบ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ
ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก ทุกเคสจะได้รับการดูแลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ทั้งจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญด้านเลนส์โปรเกรสซีฟ ที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียด ตั้งแต่การเลือกกรอบแว่น การตรวจวัดสายตา การวัดค่าประกอบเลนส์ด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงการฟิตติ้งและติดตามผลหลังรับแว่น เพื่อให้คุณได้แว่นที่เหมาะกับสายตา เหมาะกับการใช้งาน และสวมใส่สบายในทุก ๆ วัน
บทความโดย หมออุ๊ย แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย จักษุแพทย์เฉพาะทาง ด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ
แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
- จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
- ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา
- ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน ก่อตั้งเป็น “ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist” เน้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล
ประวัติการศึกษา
- แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
- วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล
ปัจจุบัน
- อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
- ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Specialist
Blog
- บทความทั้งหมด
- บทความแนะนำจากหมออุ๊ย
- สุขภาพตาเเละปัญหาสายตา
- เลนส์เเว่นตา
- เลนส์โปรเกรสซีฟ
- กรอบเเว่น




