หมออุ๊ยเองนะคะ วันนี้หมออยากชวนมาคุยเรื่อง “เบาหวานขึ้นตา” ค่ะ เพราะเป็นภาวะที่หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ แต่บางคนก็ยังเข้าใจว่า ถ้ายังมองเห็นชัด ไม่มีอาการตาพร่ามัว ก็คงไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ความจริงแล้ว เบาหวานขึ้นตาสามารถเริ่มเกิดขึ้นได้โดยที่ผู้ป่วยยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติของการมองเห็นเลยค่ะ แต่เมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเริ่มมีอาการตามัว เห็นจุดดำ หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง
วันนี้หมอจะพามาทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นว่า เบาหวานขึ้นตาเกิดจากอะไร ใครบ้างที่มีความเสี่ยง อาการเริ่มต้นเป็นอย่างไร จอประสาทตาจะพบความผิดปกติอะไรได้บ้าง รวมถึงแนวทางการรักษาและการดูแลดวงตาในระยะยาวค่ะ
หัวข้อที่หมออุ๊ยอยากเล่า
- สาเหตุเบาหวานขึ้นตา เกิดจากอะไร?
- อาการเบาหวานขึ้นตา มีอะไรที่ควรสังเกต?
- เบาหวานขึ้นตา เมื่อตรวจจอประสาทตาอาจพบอะไรบ้าง?
- เบาหวานขึ้นตา แบ่งออกเป็นกี่ระยะ?
- การรักษาเบาหวานขึ้นตา มีวิธีอะไรบ้าง?
- การตรวจเบาหวานขึ้นตา ทำไมระดับน้ำตาลจึงมีผลต่อค่าสายตา?
- การป้องกันและชะลอเบาหวานขึ้นตา เริ่มจากการดูแลโรคอย่างต่อเนื่อง
- สรุป
สาเหตุเบาหวานขึ้นตา เกิดจากอะไร?
ก่อนจะพูดถึงปัญหาเบาหวานขึ้นตา หมออยากชวนทุกคนทำความเข้าใจโรคเบาหวานกันสักหน่อยค่ะโรคเบาหวาน หรือ Diabetes Mellitus เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อาจเกิดจากการที่ร่างกายผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอ หรือใช้อินซูลินได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งโรคเบาหวานที่พบได้บ่อยแบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่
- เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เซลล์ที่สร้างอินซูลินในตับอ่อนถูกทำลาย ร่างกายจึงผลิตอินซูลินได้น้อยมากหรือไม่เพียงพอ พบได้บ่อยในเด็กและคนอายุน้อย แต่สามารถเกิดขึ้นในวัยอื่นได้เช่นกัน
- เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นชนิดที่พบได้บ่อยกว่า เกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลินร่วมกับการผลิตอินซูลินที่ไม่เพียงพอ ปัจจัยเสี่ยงอาจเกี่ยวข้องกับน้ำหนักเกิน ภาวะอ้วน ไขมันสะสม การไม่ค่อยออกกำลังกาย และพันธุกรรมค่ะ
เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน หลอดเลือดขนาดเล็กทั่วร่างกายมักได้รับผลกระทบ รวมถึงหลอดเลือดที่อยู่ภายใน จอประสาทตา หรือ Retina จึงเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะเบาหวานขึ้นจอตา Diabetic Retinopathy ค่ะ ทำให้หลอดเลือดอาจโป่งพอง รั่ว ตีบตัน หรือในระยะรุนแรงอาจเกิดหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติขึ้น สำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่
- ผู้ที่เป็นเบาหวานมานาน
- ผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีเป็นเวลานาน
- ผู้ที่มีโรคร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ หรือโรคไต
ดังนั้น ความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เป็นเบาหวานเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคและสุขภาพโดยรวม ซึ่งสิ่งที่สำคัญมากคือ เบาหวานขึ้นตาในระยะแรกอาจไม่มีอาการเลย ผู้ป่วยอาจมองเห็นชัด แต่หากหลอดเลือดที่จอตาได้รับความเสียหายเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเสี่ยงต่อการ “สูญเสียการมองเห็น” ได้นั่นเองค่ะ
อาการเบาหวานขึ้นตา มีอะไรที่ควรสังเกต?
- มองเห็นภาพเบลอ ในช่วงแรก ๆ ผู้ป่วยอาจจะยังมองเห็นปกติ แต่เมื่อผ่านไปสักระยะจะเริ่มรู้สึกว่ามองเห็นไม่คมชัด ภาพเบลอ หรือแว่นสายตาเดิมที่เคยใส่แล้วชัดกลับมองไม่ชัดเหมือนเดิม
- เห็นจุดดำลอยไปมา บางคนอาจเห็นจุดดำ หรือเส้นลักษณะคล้ายหยากไย่ลอยอยู่ในสายตา ซึ่งเรียกว่า Floaters หากมีจุดดำหรือเงาดำเกิดขึ้นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว อาจเกิดจากเลือดออกภายในวุ้นตาได้ และควรรีบเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ
- มองเห็นกลางคืนยากขึ้น ผู้ป่วยบางรายอาจมองเห็นในที่แสงน้อยได้ลำบากขึ้น เห็นเงาดำ ภาพหายไปบางส่วน หรือการมองเห็นลดลงอย่างชัดเจน
เบาหวานขึ้นตา เมื่อตรวจจอประสาทตาอาจพบอะไรบ้าง?
เมื่อโรคเริ่มส่งผลต่อหลอดเลือดภายในจอประสาทตา แพทย์อาจพบความผิดปกติหลายลักษณะ ซึ่งช่วยใช้ในการประเมินความรุนแรงของโรคค่ะ
- Microaneurysms เป็นลักษณะจุดโป่งพอสีแดงขนาดเล็ก ขอบเขตชัดเจน และเป็นหนึ่งในความผิดปกติระยะแรกที่พบได้ในเบาหวานขึ้นตา
- Dot-blot hemorrhage คือจุดเลือดออกภายในชั้นของจอประสาทตา ซึ่งเกิดจากความเสียหายของหลอดเลือดขนาดเล็ก
- Flame-shaped hemorrhage เป็นเลือดออกบริเวณชั้นเส้นใยประสาท มีลักษณะยาวคล้ายเปลวไฟ ขอบไม่ชัดเจน
- Hard exudates มีลักษณะเป็นจุดหรือปื้นสีเหลือง เกิดจากการรั่วของไขมันและโปรตีนจากหลอดเลือดที่ผิดปกติ
- Cotton-wool spots เป็นรอยสีขาวหรือขาวอมเหลืองที่สัมพันธ์กับความผิดปกติของการไหลเวียนเลือดบริเวณชั้นเส้นใยประสาทของจอประสาทตา
- Venous beading ซึ่งเป็นความผิดปกติของหลอดเลือดดำ ที่ทำให้เส้นเลือดบางจุดเกิดการคดลงไป
- IRMA หรือ Intraretinal Microvascular Abnormalities เส้นเลือดมีการจัดรูปแบบใหม่ที่ผิดปกติ ลักษณะ ขยาย คดงอเป็นก้อน
- Neovascularization มักพบในระยะที่รุนแรงลักษณะบิดงอคดเคี้ยว แตกแขนงมาก มีความเปราะบางและแตกง่าย
- Preretinal hemorrhage ลักษณะเลือดออกหน้าจอประสาทตา
- Vitreous hemorrhage เลือดออกในวุ้นตา ลักษณะฟุ้งกระจาย ขอบไม่ชัดเจน
- Fibrous proliferation ลักษณะพังผืดสีขาว ที่อาจดึงรั้งจอประสาทตา และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะจอประสาทตาหลุดลอกแบบดึงรั้งได้ค่ะ
เบาหวานขึ้นตา แบ่งออกเป็นกี่ระยะ?
- Non-Proliferative Diabetic Retinopathy
เป็นระยะที่ ยังไม่มีการเกิดหลอดเลือดใหม่ แต่เริ่มพบความผิดปกติของหลอดเลือดเดิม เช่น Microaneurysms จุดเลือดออก Hard exudates หรือ Cotton-wool spots ผู้ป่วยบางคนในระยะนี้อาจยังไม่มีอาการ จึงจำเป็นต้องติดตามสุขภาพจอประสาทตาอย่างสม่ำเสมอค่ะ
- Proliferative Diabetic Retinopathy
เป็นระยะที่ เริ่มมีหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติ หลอดเลือดเหล่านี้สามารถแตกและทำให้เกิดเลือดออกภายในวุ้นตาได้ หากมีพังผืดเกิดขึ้นร่วมด้วย อาจดึงรั้งจอประสาทตาและส่งผลต่อการมองเห็นอย่างรุนแรง จึงเป็นระยะที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดค่ะ
นอกจากนี้ ผู้ป่วยเบาหวานยังอาจมี ภาวะจุดภาพชัดบวมจากเบาหวาน หรือ Diabetic Macular Edema ซึ่งสามารถเกิดได้ในหลายระยะของโรค และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การมองเห็นลดลง
การรักษาเบาหวานขึ้นตา มีวิธีอะไรบ้าง?
การรักษาเบาหวานขึ้นตาจะพิจารณาตามระยะของโรค ตำแหน่งที่เกิดความผิดปกติ และผลกระทบต่อการมองเห็นของผู้ป่วยแต่ละคนค่ะ ในระยะแรก ผู้ป่วยบางรายอาจยังไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยหัตถการ แต่จะเน้นการควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิต ไขมันในเลือด และติดตามจอประสาทตาอย่างสม่ำเสมอ แต่ในระยะรักษา ทางการแพทย์มีวิธีการ ดังนี้ค่ะ
- การฉีดยา Anti-VEGF ใช้ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะจุดภาพชัดบวมจากเบาหวาน หรือมีความผิดปกติของหลอดเลือดในระยะที่เหมาะสม ยาจะช่วยลดการรั่วของหลอดเลือด และลดการกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดผิดปกติ
- การรักษาด้วยเลเซอร์ การทำ Laser Photocoagulation ยังมีบทบาทในการรักษาผู้ป่วยบางกลุ่ม โดยเฉพาะเบาหวานขึ้นตาระยะที่มีหลอดเลือดใหม่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากหลอดเลือดที่ผิดปกติ
- การผ่าตัด Vitrectomy อาจพิจารณาในผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออกในวุ้นตาเป็นเวลานาน หรือมีพังผืดดึงรั้งจอประสาทตา
การตรวจเบาหวานขึ้นตา ทำไมระดับน้ำตาลจึงมีผลต่อค่าสายตา?
ระดับน้ำตาลในเลือดสามารถส่งผลให้การมองเห็นและค่าสายตาเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ โดยเฉพาะในช่วงที่ระดับน้ำตาลสูงหรือเปลี่ยนแปลงมาก ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกว่ามองชัดบ้าง มัวบ้าง หรือตรวจวัดสายตาได้ไม่คงที่ ดังนั้น หากรีบตัดแว่นในช่วงที่ระดับน้ำตาลยังไม่นิ่ง แว่นที่ตัดอาจไม่เหมาะกับการใช้งานเมื่อระดับน้ำตาลเปลี่ยนแปลงในภายหลังค่ะ
หมอจึงแนะนำให้ประเมินทั้งระดับน้ำตาล ความคงที่ของค่าสายตา และสุขภาพของดวงตาร่วมกัน โดยเฉพาะหากการมองเห็นเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ไม่ควรคิดว่าเกิดจากค่าสายตาอย่างเดียวค่ะ
การป้องกันและชะลอเบาหวานขึ้นตา เริ่มจากการดูแลโรคอย่างต่อเนื่อง
แม้เบาหวานขึ้นตาจะเป็นภาวะแทรกซ้อนที่น่ากังวล แต่การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการดำเนินของโรคได้
- รับประทานยาหรือใช้อินซูลินตามแผนการรักษา ควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิต และไขมันในเลือดให้อยู่ในเป้าหมายที่แพทย์แนะนำ
- รับประทานอาหารอย่างเหมาะสม ลดอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง รวมถึงอาหารที่มีไขมันและโซเดียมสูง พร้อมรับประทานอาหารให้หลากหลาย
- ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ รวมถึงการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในระยะยาวค่ะ
- ควรงดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ ควรปรึกษาแพทย์ถึงความเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาหรืออินซูลินบางชนิด
- ตรวจคัดกรองระดับน้ำตาล โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป และกลุ่มที่คนในครอบครัวมีประวัติโรคเบาหวานมาก่อน
บทสรุป:
เบาหวานขึ้นตาเกิดจากผลกระทบของระดับน้ำตาลในเลือดที่มีต่อหลอดเลือดบริเวณจอประสาทตา โดยในระยะแรกผู้ป่วยอาจยังไม่มีอาการ แต่เมื่อโรคดำเนินมากขึ้น อาจเริ่มมีอาการภาพเบลอ เห็นจุดดำลอย หรือการมองเห็นลดลงได้ ดังนั้นการควบคุมระดับน้ำตาลและโรคประจำตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการตรวจสุขภาพตาตามระยะที่เหมาะสม จึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้พบความผิดปกติได้เร็วและวางแผนติดตามหรือรักษาได้อย่างเหมาะสม ก่อนที่โรคจะส่งผลกระทบต่อการมองเห็นมากขึ้นค่ะ
สำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวาน หรือเริ่มรู้สึกว่าการมองเห็นเปลี่ยนไป หมออยากให้ลองมองการตรวจตาให้มากกว่าการวัดค่าสายตาทั่วไป เพราะบางครั้งอาการมองไม่ชัดอาจเกิดจากความเปลี่ยนแปลงภายในดวงตาที่เรามองไม่เห็นจากภายนอก ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก มีจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ พร้อมตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียด เพื่อประเมินการมองเห็นและสุขภาพดวงตาของแต่ละคน เพราะสำหรับหมอ การดูแลดวงตาที่ดีไม่ได้จบแค่วันที่มองเห็นชัดขึ้น แต่คือการเข้าใจสุขภาพตาของตัวเอง และวางแผนดูแลการมองเห็นให้เหมาะสมในระยะยาวค่ะ
บทความโดย หมออุ๊ย แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย จักษุแพทย์เฉพาะทาง ด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ
แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
- จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
- ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา
- ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน ก่อตั้งเป็น “ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist” เน้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล
ประวัติการศึกษา
- แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
- วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล
ปัจจุบัน
- อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
- ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Specialist
Blog
- บทความทั้งหมด
- บทความแนะนำจากหมออุ๊ย
- สุขภาพตาเเละปัญหาสายตา
- เลนส์เเว่นตา
- เลนส์โปรเกรสซีฟ
- กรอบเเว่น




