สวัสดีค่ะ หมออุ๊ยเองนะคะ… หมออุ๊ยเชื่อว่าหลายคนเลือกใส่คอนแทคเลนส์เพราะความสะดวกและความมั่นใจ แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้าม คือคอนแทคเลนส์เป็นอุปกรณ์ที่สัมผัสกับกระจกตาโดยตรง หากใช้งานหรือดูแลไม่ถูกวิธี ก็อาจทำให้เกิดปัญหา เช่น ตาแห้ง ตาแดง กระจกตาอักเสบ หรือการติดเชื้อที่รุนแรงได้ บทความนี้หมอมีคำแนะนำ เกี่ยวกับวิธีใส่คอนแทคเลนส์อย่างปลอดภัยสำหรับมือใหม่ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจและดูแลสุขภาพดวงตาได้ในระยะยาวค่ะ
ประเภทของคอนแทคเลนส์ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับดวงตาและการใช้งาน
หลายคนเข้าใจว่าคอนแทคเลนส์มีแค่แบบรายวันหรือรายเดือนเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง คอนแทคเลนส์มีหลายแบบเลยค่ะ แต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาสายตา และตอบโจทย์การใช้งานที่ต่างกัน หากเลือกคอนแทคเลนส์ได้เหมาะสม จะช่วยให้มองเห็นได้คมชัด ใส่สบาย ลดอาการระคายเคือง และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้อย่างมาก
- คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม (Soft Contact Lens)
คอนแทคเลนส์แบบนิ่ม เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นและอุ้มน้ำ ทำให้แนบกับกระจกตาได้ดี ผู้ที่เริ่มใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรกมักสามารถปรับตัวได้ค่อนข้างง่าย เพราะให้ความรู้สึกสบายกว่าเลนส์ชนิดแข็ง และยังแก้ปัญหาสายตาได้หลายแบบ
- สายตาสั้น
- สายตายาว
- สายตาเอียง
- สายตายาวตามวัย (Multifocal Contact Lens)
- คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (Rigid Gas Permeable Contact Lens)
แม้จะได้รับความนิยมน้อยกว่าคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม แต่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็งยังคงมีบทบาทสำคัญในผู้ป่วยบางกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่มีค่าสายตาเอียงมาก กระจกตาผิดรูป กระจกตาโก่ง และค่าสายตาที่ซับซ้อนข้อดีสำคัญคือ
- ให้ภาพคมชัดมาก
- แก้ไขสายตาเอียงได้ดี
- ลดการบิดเบือนของภาพ
- ช่วยให้ออกซิเจนผ่านกระจกตาได้ดี
- มีอายุการใช้งานยาวนาน
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้มักต้องใช้เวลาปรับตัวนานกว่าคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มในช่วงแรก
- คอนแทคเลนส์สี (Cosmetic Contact Lens)
นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว คอนแทคเลนส์แบบสี ยังสามารถผลิตเป็นเลนส์สายตาได้เช่นเดียวกับคอนแทคเลนส์ทั่วไปค่ะ แต่ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐาน มีคุณภาพ และเลือกให้เหมาะกับค่าความโค้งของกระจกตา เพราะคอนแทคเลนส์สีที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เกิดอาการตาแห้ง ระคายเคือง หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบของกระจกตาได้
หมอแนะนำว่า ไม่ว่าจะเป็นคอนแทคเลนส์ใสหรือคอนแทคเลนส์สี ก็ควรได้รับการตรวจวัดสายตาและฟิตติ้งอย่างเหมาะสมก่อนใช้งานเสมอ เพราะแม้ค่าสายตาจะถูกต้อง แต่หากขนาดหรือความโค้งของเลนส์ไม่พอดีกับดวงตา ก็อาจทำให้ใส่ไม่สบาย เคลื่อนตัวง่าย หรือเกิดการเสียดสีกับกระจกตาจนเกิดปัญหาตามมาได้ค่ะ แนะนำตรวจวัดสายตาที่ร้านตัดแว่นโดยจักษุแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัย
ข้อดี – ข้อจำกัดของคอนแทคเลนส์ ที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้
ข้อดีของคอนแทคเลนส์
- ช่วยปรับการมองเห็นเป็นธรรมชาติ เพราะเวลาสวมใส่ คอนแทคเลนส์จะเคลื่อนไหวไปพร้อมกับดวงตา ทำให้มีลานสายตากว้าง ไม่มีขอบแว่นตาบดบังการมองเห็น และช่วยลดการบิดเบือนของภาพบริเวณขอบเลนส์ เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้สายตาเป็นประจำหรือเล่นกีฬา
- คอนแทคเลนส์ไม่เกิดฝ้า จากไอน้ำหรืออุณหภูมิ เลยทำให้มองเห็นได้ชัดแม้ใส่หน้ากากอนามัย หรืออยู่ในสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
- ช่วยเสริมความมั่นใจ เพราะช่วยให้เห็นใบหน้าได้ชัดขึ้น แต่งหน้าง่าย และยังสามารถเลือกคอนแทคเลนส์สีเพื่อเสริมบุคลิกได้
- แก้ไขปัญหาสายตาได้หลากหลาย เพราะมีทั้งคอนแทคเลนส์สำหรับสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง และสายตายาวตามอายุ รวมถึงคอนแทคเลนส์เฉพาะทางสำหรับผู้ที่มีปัญหากระจกตาบางประเภท ทำให้สามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม
ข้อจำกัดของคอนแทคเลนส์
- ต้องดูแลความสะอาดอย่างเคร่งครัด เนื่องจากคอนแทคเลนส์สัมผัสกับกระจกตาโดยตรง หากล้างมือไม่สะอาด ใช้น้ำยาไม่ถูกต้อง หรือเก็บรักษาไม่เหมาะสม อาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ดวงตา เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและกระจกตาอักเสบได้
- อาจทำให้ตาแห้งหรือระคายเคือง โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรืออยู่ในห้องปรับอากาศ รวมถึงใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน อาจมีอาการตาแห้ง แสบตา หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในดวงตาได้ หากมีอาการบ่อย ควรพักการใส่คอนแทคเลนส์และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
- คอนแทคเลนส์มีระยะเวลาการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นคอนแทคเลนส์รายวัน รายสองสัปดาห์ หรือรายเดือน ควรเปลี่ยนตามอายุการใช้งานที่กำหนด ไม่ควรใช้ต่อแม้เลนส์จะยังดูปกติ เพราะอาจมีการสะสมของคราบโปรตีน ไขมัน และเชื้อจุลชีพ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
- ไม่เหมาะกับการใส่ตลอดทั้งวัน แม้ว่าคอนแทคเลนส์รุ่นใหม่จะให้ออกซิเจนผ่านได้ดีขึ้น แต่หมอแนะนำว่าไม่ควรใส่ติดต่อกันนานเกิน 8–10 ชั่วโมงต่อวัน เพราะกระจกตายังต้องการออกซิเจนจากอากาศโดยตรง การใส่นานเกินไปอาจทำให้ตาแห้ง กระจกตาขาดออกซิเจน หรือกระจกตาบวมได้
- คอนแทคเลนส์ไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะตาแห้งรุนแรง เปลือกตาอักเสบ ภูมิแพ้ที่ดวงตาบ่อย ๆ หรือมีโรคกระจกตาบางชนิด อาจไม่เหมาะกับการใส่คอนแทคเลนส์ และอาจต้องเลือกเลนส์เฉพาะทาง ดังนั้นจึงควรได้รับการตรวจวัดสายตา ประเมินจากจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรก่อนเริ่มใช้งาน
- ไม่ควรซื้อมาใส่เองโดยไม่ตรวจสายตา หลายคนเลือกซื้อคอนแทคเลนส์ตามร้านค้าทั่วไปหรือสั่งซื้อออนไลน์โดยอ้างอิงจากค่าสายตาเดิม แต่ความจริงแล้ว การเลือกคอนแทคเลนส์ไม่ได้ดูเพียงค่าสายตาเท่านั้น ยังต้องพิจารณาค่าความโค้ง (Base Curve) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเลนส์ (Diameter) รวมถึงสุขภาพของกระจกตา หากเลือกไม่เหมาะสม อาจทำให้ใส่ไม่สบาย มองเห็นไม่ชัด หรือเกิดการเสียดสีกับกระจกตาได้
แม้ว่าคอนแทคเลนส์จะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่หากเลือกชนิดของเลนส์ให้เหมาะกับดวงตา ได้รับการฟิตติ้งอย่างถูกต้อง และดูแลรักษาตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ก็สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจน และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจค่ะ
เคล็ด(ไม่)ลับ ใส่คอนแทคเลนส์ให้ปลอดภัย ทำได้อย่างไร?
- ล้างมือให้สะอาดก่อนใส่และถอดคอนแทคเลนส์
แนะนำล้างมือด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งทุกครั้งก่อนสัมผัสคอนแทคเลนส์ ที่สำคัญควรตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค และป้องกันการขีดข่วนกระจกตาหรือทำให้คอนแทคเลนส์ฉีกขาด
- ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนเข้านอน
ไม่ควรนอนทั้งที่ยังใส่คอนแทคเลนส์อยู่ เพราะอาจทำให้กระจกตาขาดออกซิเจน เพิ่มความเสี่ยงต่อกระจกตาอักเสบ ติดเชื้อ และควรมีวันพักดวงตาโดยสลับมาใส่แว่นบ้าง
- เปลี่ยนน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ทุกวัน
สำหรับคอนแทคเลนส์รายเดือน ควรเปลี่ยนน้ำยาแช่ใหม่ทุกวัน ไม่เติมน้ำยาเก่าซ้ำ ล้างตลับด้วยน้ำยาแช่ แล้วคว่ำให้แห้ง และต้องเปลี่ยนตลับใหม่ทุก 1–3 เดือน เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำ
ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ขณะว่ายน้ำ อาบน้ำ หรือใช้น้ำประปาล้างคอนแทคเลนส์ เพราะน้ำอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อโปรโตซัวที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงได้
- ใส่คอนแทคเลนส์ก่อนแต่งหน้า
ควรใส่คอนแทคเลนส์ก่อนแต่งหน้า และถอดออกก่อนเช็ดเครื่องสำอาง เพื่อลดโอกาสที่เศษเครื่องสำอางหรือฝุ่นจะติดบนผิวเลนส์
- ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์นานเกิน 8–10 ชั่วโมง
การใส่คอนแทคเลนส์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้ตาแห้ง และกระจกตาขาดออกซิเจน มีเส้นเลือดงอกเข้ามารอบๆ กระจกตา (หรือตาดำ) หากจำเป็นต้องใช้สายตาตลอดวัน ควรพักดวงตาเป็นระยะจะดีกว่าค่ะ
- เปลี่ยนคอนแทคเลนส์ตามอายุการใช้งาน
ไม่ควรใช้คอนแทคเลนส์เกินระยะเวลาที่ผู้ผลิตกำหนด แม้เลนส์จะยังดูปกติ เพราะอาจมีการสะสมของคราบโปรตีน ไขมัน และเชื้อจุลชีพ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
- ไม่ปรับค่าสายตาเองเมื่อมองไม่ชัด
หากใส่คอนแทคเลนส์แล้วมองเห็นไม่ชัด ไม่ควรซื้อค่าสายตาใหม่เอง เพราะอาจไม่ได้เกิดจากสายตาที่เปลี่ยนเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีปัญหาอื่นของดวงตาร่วมด้วย
- ฟิตติ้งคอนแทคเลนส์กับผู้เชี่ยวชาญ และตรวจตาเป็นประจำ
คอนแทคเลนส์ควรมีขนาดและค่าสายตาที่เหมาะกับดวงตา จึงควรได้รับการฟิตติ้งโดยผู้เชี่ยวชาญ และตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากมีอาการผิดปกติ เช่น ตาแดง ปวดตา น้ำตาไหล ตาสู้แสงไม่ได้ หรือมีขี้ตาสีเขียว ควรรีบพบจักษุแพทย์ทันที
สรุป 9 วิธีใส่คอนแทคเลนส์ให้ปลอดภัย
คอนแทคเลนส์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยแก้ไขปัญหาสายตา และเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่การใช้งานอย่างปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกคอนแทคเลนส์เพียงอย่างเดียว การเลือกชนิดของเลนส์ให้เหมาะกับดวงตา การใส่และถอดอย่างถูกวิธี รวมถึงการดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตาในระยะยาว
ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก เรามีทีมจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร และผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา พร้อมให้คำแนะนำและฟิตติ้งคอนแทคเลนส์อย่างละเอียด รวมถึงตรวจสุขภาพดวงตาด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยให้คุณเลือกวิธีแก้ไขปัญหาสายตาได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา คอนแทคเลนส์ หรือทางเลือกอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณ
Blog
- บทความทั้งหมด
- บทความแนะนำจากหมออุ๊ย
- สุขภาพตาเเละปัญหาสายตา
- เลนส์เเว่นตา
- เลนส์โปรเกรสซีฟ
- กรอบเเว่น
