หมออุ๊ยนะคะ… ปัจจุบันมีผู้ปกครองหลายท่าน พาลูกมาหาหมอกันด้วยปัญหาสายตาสั้นในเด็กกันเยอะมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะ ว่าทุกวันนี้เด็กหลายคนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการเรียน อ่านหนังสือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จึงทำให้ปัญหาสายตาสั้นพบได้บ่อยกว่าสมัยก่อน ที่หากปล่อยไว้ค่าสายตาสั้นก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งปล่อยให้สายตาสั้นมากขึ้น ความเสี่ยงต่อโรคตาร้ายแรงในอนาคตก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย บทความนี้หมอจะพามาทำความเข้าใจว่า ภาวะสายตาสั้นในเด็กเกิดขึ้นได้อย่างไร อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ค่าสายตาเพิ่มเร็ว และคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลลูกอย่างไร เพื่อลดโอกาสที่สายตาจะสั้นลงอย่างต่อเนื่องค่ะ
หัวข้อที่หมออุ๊ยอยากเล่า
ชวนผู้ปกครองทำความเข้าใจ สายตาสั้นในเด็ก คืออะไร?
ภาวะสายตาสั้นในเด็ก (Myopia) คือภาวะที่เด็กมองเห็นวัตถุระยะไกลได้ไม่ชัด แต่ยังสามารถมองสิ่งของในระยะใกล้ได้ตามปกติ ซึ่งมีสาเหตุมาจาก “กระบอกตายาวกว่าปกติ” ทำให้แสงที่เข้าสู่ดวงตาไปโฟกัสอยู่ด้านหน้าของจอประสาทตา แทนที่จะตกพอดีบนจอประสาทตา จึงทำให้ภาพที่มองเห็นระยะไกลพร่ามัวค่ะ
ในเด็กที่กำลังเจริญเติบโต ลูกตาจะมีการขยายตัวตามธรรมชาติ แต่หากกระบอกตายาวเร็วเกินไป ค่าสายตาสั้นก็จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวัยประถมและมัธยม ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเรียนหนักและใช้สายตาระยะใกล้มากขึ้น ซึ่งเด็กที่เริ่มมีสายตาสั้นมักมีพฤติกรรมที่สังเกตได้ชัดเจน เช่น
- หยีตาเวลามองไกล
- นั่งใกล้โทรทัศน์หรือกระดานเรียน
- ถือหนังสือหรือแท็บเล็ตใกล้ใบหน้ามากกว่าปกติ
- มองป้ายหรือข้อความไกล ๆ ไม่ชัด
- ปวดตาหรือปวดศีรษะหลังใช้สายตานาน
- ผลการเรียนตกลง (เพราะมองกระดานไม่ชัด เรียนไม่เข้าใจ)
อาการเหล่านี้อาจค่อย ๆ เกิดขึ้นจนผู้ปกครองไม่ทันสังเกต เพราะเด็กส่วนใหญ่สามารถปรับตัวกับการมองเห็นที่ลดลงได้ดี จึงมักมาวัดสายตากับแพทย์เมื่อค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นไปมากแล้วค่ะ ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี กระทั่งกระบอกตายาวขึ้นมาก ผนังลูกตาบางลง อาจส่งผลให้ในอนาคตมีความเสี่ยงต่อโรคทางตาหลายชนิด เช่น จอประสาทตาเสื่อม จอประสาทตาหลุดลอก ต้อหิน และต้อกระจกที่อาจเกิดเร็วกว่าคนทั่วไป
ด้วยเหตุนี้ การตรวจสายตาเป็นประจำตั้งแต่เด็ก จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อให้ลูกมองเห็นชัด แต่ยังช่วยติดตามการเจริญเติบโตของดวงตา และวางแผนชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าสายตาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นค่ะ
สาเหตุที่ทำให้สายตาสั้นในเด็กเพิ่มเร็ว
นอกจากพันธุกรรมที่มีส่วนทำให้เด็กมีค่าสายตาสั้นแล้ว พฤติกรรมการใช้สายตาและสิ่งแวดล้อมก็มีส่วนไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในเด็กวัยเรียนที่ต้องใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานานทุกวัน
- ใช้สายตาระยะใกล้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
หนึ่งในปัจจัยที่พบได้บ่อยที่สุด คือการใช้สายตากับสิ่งที่อยู่ใกล้เป็นเวลานาน ทั้งการอ่านหนังสือ ทำการบ้าน เล่นเกม หรือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อดวงตาต้องเพ่งตลอดเวลา กล้ามเนื้อตาจะทำงานหนักมากขึ้น มีอาการตาล้า และหากเกิดขึ้นเป็นประจำก็อาจทำให้ค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นได้
- ใช้เวลากลางแจ้งน้อยเกินไป
หลายงานวิจัยพบตรงกันว่า เด็กที่มีกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ มีแนวโน้มเกิดสายตาสั้นน้อยกว่าเด็กที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในอาคาร
- แสงธรรมชาติช่วยกระตุ้นการทำงานของจอประสาทตา และมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลไกที่ควบคุมการเจริญเติบโตของลูกตา จึงช่วยลดโอกาสที่กระบอกตาจะยาวเร็วเกินไปค่ะ
- หากเด็กใช้เวลาทั้งวันอยู่ในห้องเรียน กลับบ้านมาเล่นโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ต่อ ดวงตาจะได้รับแสงธรรมชาติน้อยลง ทำให้ความเสี่ยงของการเกิดสายตาสั้นและการเพิ่มของค่าสายตาสูงขึ้นได้ค่ะ
- พันธุกรรม
พันธุกรรมยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ หากคุณพ่อหรือคุณแม่มีสายตาสั้น ลูกก็มีโอกาสเกิดสายตาสั้นมากกว่าคนทั่วไป และหากทั้งคุณพ่อและคุณแม่มีสายตาสั้น ความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม การมีประวัติคนในครอบครัวไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องสายตาสั้นเสมอไปนะคะ เพราะหากได้รับการดูแลเรื่องพฤติกรรมการใช้สายตาอย่างเหมาะสม รวมถึงตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าสายตาได้เช่นกัน
- สภาพแวดล้อมในการใช้สายตา
สิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันส่งผลต่อการทำงานของดวงตาไม่น้อย เช่น การอ่านหนังสือในที่แสงสว่างไม่เพียงพอ การนั่งใกล้หน้าจอมากเกินไป การก้มหน้าอ่านหนังสือเป็นเวลานาน หรือการเรียนติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่พักสายตา
แม้ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ทำให้สายตาสั้นโดยตรง แต่เมื่อเกิดร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ก็อาจเร่งให้ค่าสายตาสั้นเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าเดิม ดังนั้น การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ทั้งเรื่องแสงสว่าง ระยะการมอง และการพักสายตาเป็นระยะ จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลสุขภาพดวงตาของเด็กในระยะยาวได้ค่ะ
วิธีชะลอภาวะสายตาสั้นในเด็ก เพื่อสุขภาพตาที่ดี
แม้ว่าภาวะสายตาสั้นจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ข่าวดีคือ ปัจจุบันมีหลายวิธีที่ช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าสายตาได้ หากเริ่มดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อช่วยลดโอกาสที่กระบอกตาจะยาวเร็วเกินไป และลดความเสี่ยงของโรคตาในอนาคตค่ะ
-
จัดเวลาการใช้หน้าจอให้เหมาะสม
ในปัจจุบัน เด็กแทบทุกคนต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตในการเรียน จึงไม่จำเป็นต้องงดการใช้หน้าจอทั้งหมด แต่ควรควบคุมระยะเวลาและลักษณะการใช้งานให้เหมาะสม
หมออุ๊ยแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยดูแลเรื่องต่อไปนี้
- จำกัดเวลาการใช้โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตตามช่วงวัย
- หลีกเลี่ยงการเล่นเกมหรือดูวิดีโอติดต่อกันเป็นเวลานาน
- จัดระยะห่างระหว่างดวงตากับหน้าจออย่างเหมาะสม
- ให้เด็กลุกเปลี่ยนอิริยาบถและพักสายตาเป็นระยะ
- งดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน เพื่อลดการใช้งานดวงตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน
-
ส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกวัน
หมอแนะนำให้เด็กใช้เวลานอกบ้านประมาณ 1.5–2 ชั่วโมงต่อวัน หากไม่สามารถทำได้ในครั้งเดียว ก็สามารถแบ่งเป็นหลายช่วงได้ เช่น หลังเลิกเรียนหรือช่วงวันหยุด ผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เหมาะสำหรับเด็ก เช่น
- วิ่งเล่นกับเพื่อน
- ปั่นจักรยาน
- เล่นฟุตบอล บาสเกตบอล หรือกีฬาอื่น ๆ
- เดินเล่นในสวนสาธารณะ
- ทำกิจกรรมกับครอบครัวนอกบ้าน
-
ฝึกใช้กฎ 20-20-20 เพื่อลดความล้าของดวงตา
เด็กที่ต้องอ่านหนังสือหรือเรียนออนไลน์เป็นเวลานาน ควรฝึกพักสายตาเป็นประจำด้วยกฎ 20-20-20 หลักการทำได้ง่ายมาก คือ ทุก ๆ 20 นาที ให้มองไปยังวัตถุที่อยู่ไกลประมาณ 20 ฟุต (ประมาณ 6 เมตร) เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที เพราะการพักสายตาในลักษณะนี้ ช่วยให้กล้ามเนื้อตาที่ทำหน้าที่เพ่งคลายตัว ลดความเมื่อยล้าจากการมองใกล้ต่อเนื่อง และยังเป็นนิสัยที่ดีต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาวด้วยค่ะ
-
ตรวจสายตาเป็นประจำ
เด็กแต่ละคนมีอัตราการเพิ่มของค่าสายตาไม่เท่ากัน บางคนอาจเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่บางคนกลับมีค่าสายตาที่เพิ่มขึ้นเยอะ ภายในระยะเวลา 1 ปี ด้วยเหตุนี้ การตรวจสายตาเป็นประจำจึงมีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้ทราบว่า
- ค่าสายตาเปลี่ยนแปลงเร็วหรือไม่
- แว่นที่ใช้อยู่ยังเหมาะสมกับการมองเห็นหรือเปล่า
- ดวงตามีการเจริญเติบโตผิดปกติหรือไม่
- จำเป็นต้องเริ่มการรักษาเพื่อชะลอสายตาสั้นหรือยัง
โดยทั่วไป หมอแนะนำให้เด็กตรวจสายตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และหากเป็นเด็กที่สายตาสั้นเพิ่มเร็ว หรือมีประวัติคนในครอบครัวสายตาสั้นระดับสูง อาจจำเป็นต้องติดตามบ่อยกว่านั้นตามดุลยพินิจของจักษุแพทย์ ซึ่งแน่นอนว่าการตรวจสายตาในเด็ก ไม่ได้ประเมินเฉพาะค่าสายตาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตรวจสุขภาพตา การทำงานร่วมกันของดวงตา และติดตามการเปลี่ยนแปลงของความยาวกระบอกตา ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนดูแลระยะยาวค่ะ
-
สวมแว่นสายตาที่มีค่าสายตาถูกต้อง
ผู้ปกครองบางท่านกังวลว่าการให้ลูกใส่แว่นเร็วเกินไปจะทำให้สายตาสั้นมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง ความเชื่อนี้ไม่ถูกต้องค่ะ เพราะหากเด็กมีสายตาสั้นและไม่ได้รับการแก้ไขให้เหมาะสม เด็กจะต้องเพ่งตาตลอดเวลาเพื่อให้มองเห็นชัด ซึ่งอาจส่งผลต่อการเรียน การใช้ชีวิตประจำวัน และคุณภาพการมองเห็น
ดังนั้น เมื่อพบว่าสายตาสั้นแล้ว ควรเลือกแว่นที่มีค่าสายตาตรงกับผลตรวจ และเปลี่ยนแว่นเมื่อค่าสายตาเปลี่ยน เพื่อให้ดวงตาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก (Myopia Control Lens) ที่น่าสนใจหลายรุ่น หนึ่งในนั้นคือ เลนส์ HOYA MiYOSMART iQ ที่มีการต่อยอดมาจากเทคโนโลยี D.I.M.S. (Defocus Incorporated Multiple Segments) ที่ได้รับการศึกษาทางคลินิก และใช้งานในหลายประเทศทั่วโลก โดยแนวคิดสำคัญของเทคโนโลยีนี้ คือการช่วยให้เด็กมองเห็นได้อย่างคมชัดผ่านบริเวณกลางเลนส์ พร้อมสร้างสัญญาณ Defocus รอบนอก เพื่อช่วยชะลอการยืดตัวของลูกตา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้นนั่นเองค่ะ
นอกจากนี้ยังเป็นเลนส์ที่โดดเด่นด้วย Triple Enhanced Design ปรับโครงสร้างเลนส์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะไม่เพียงแต่ช่วยควบคุมภาวะสายตาสั้นเท่านั้น แต่ยังเพิ่มคุณภาพให้การมองเห็น ความทนทาน และมอบความสบายในการสวมใส่ ช่วยให้เด็ก ๆ สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน เหมาะกับทุกกิจกรรม ตอบโจทย์เด็กที่มีภาวะสายตาสั้นแต่ไม่ชอบการใส่แว่นได้ดีมาก ๆ
บทสรุป:
ภาวะสายตาสั้นในเด็กไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะเมื่อค่าสายตาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างลูกตาที่อาจส่งผลต่อสุขภาพดวงตาในอนาคตได้ และแม้ว่าจะไม่สามารถหยุดการเกิดสายตาสั้นได้ทั้งหมด แต่การเริ่มดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับพฤติกรรมการใช้สายตา เพิ่มกิจกรรมกลางแจ้ง ตรวจสายตาเป็นประจำ และเลือกแนวทางชะลอสายตาสั้นที่เหมาะสม ล้วนช่วยลดอัตราการเพิ่มขึ้นของค่าสายตา และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
ที่ Dr.Ouise Eye Clinic (หมออุ๊ย) คลินิกศูนย์เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟและเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก เราให้ความสำคัญกับการดูแลสายตาเด็กแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจวัดสายตาโดยจักษุแพทย์ การประเมินสุขภาพดวงตา การตรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตาและความยาวกระบอกตา ไปจนถึงการวางแผนชะลอสายตาสั้นให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน หมอและทีมงานจะช่วยวิเคราะห์ว่าลูกเหมาะกับแนวทางการดูแลแบบใด เพื่อช่วยลดการเพิ่มขึ้นของค่าสายตาในช่วงวัยเจริญเติบโต
หากลูกเริ่มมองไกลไม่ชัด หยีตาบ่อย หรือมีค่าสายตาเพิ่มขึ้นทุกปี การเข้ารับการตรวจและวางแผนรักษาตั้งแต่วันนี้ อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคตาในอนาคต และทำให้ลูกมีคุณภาพการมองเห็นที่ดีไปได้อีกหลายปีเลยค่ะ
บทความโดย หมออุ๊ย แพทย์หญิง วชิรา สนธิไชย จักษุแพทย์เฉพาะทาง ด้านการแก้ไขปัญหาสายตาและเลนส์โปรเกรสซีฟ
แพทย์หญิงวชิรา สนธิไชย (หมออุ๊ย)
- จักษุแพทย์เฉพาะทาง อนุสาขากระจกตาและแก้ไขค่าสายตา (Cornea and Refractive surgery)
- ชำนาญด้านการรักษาโรคตา เช่น โรคตาแห้ง โรคกระจกตาโก่งย้วย และการแก้ไขปัญหาค่าสายตาผิดปกติ ด้วยการจ่ายเลนส์แว่นสายตา เลเซอร์แก้ไขค่าสายตา เช่น เลสิก ผ่าตัดใส่เลนส์เสริม จากที่คุณหมอมีประสบการณ์กว่า 10 ปี กับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านค่าสายตาผิดปกติรวมถึงโรคตา
- ประกอบกับทางบ้านคุณหมอเองมีกิจการด้านแว่นตา จึงทำให้หมอเองนำความชำนาญทั้ง 2 ด้านมาผสานกัน ก่อตั้งเป็น “ร้านแว่นตา Dr. Ouise Eye Specialist” เน้นการจ่ายเลนส์แว่นตาที่เหมาะสมกับปัญหาสุขภาพตาเฉพาะบุคคล เพื่อให้การมองเห็นที่ชัดเจนและสบายตา โดยมีเป้าหมายขอเป็นด่านแรกในการดูแลแบบองค์รวมสุขภาพตาเบื้องต้นให้กับชาวไทย เข้าถึงการตรวจตา โดยไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาล
ประวัติการศึกษา
- แพทยศาสตร์บัณฑิต ศิริราชพยาบาล, มหาวิทยาลัยมหิดล
- วุฒิบัตรสาขาจักษุวิทยา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- วุฒิบัตรอนุสาขากระจกตา และผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, มหาวิทยาลัยมหิดล
ปัจจุบัน
- อาจารย์จักษุแพทย์ หน่วยกระจกตาและผ่าตัดแก้ไขค่าสายตา โรงพยาบาลรามาธิบดี
- ผู้ก่อตั้ง Dr.Ouise Eye Specialist
Blog
- บทความทั้งหมด
- บทความแนะนำจากหมออุ๊ย
- สุขภาพตาเเละปัญหาสายตา
- เลนส์เเว่นตา
- เลนส์โปรเกรสซีฟ
- กรอบเเว่น




